ทองวันนี้

แม้ว่าประเด็นความตึงเครียดทางการค้า จะกดดันการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก และกระตุ้นแรงซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ราคาทองคําวันนี้ปรับตัวขึ้นตอบรับประเด็นดังกล่าวไปแล้วระดับหนึ่ง นอกจากนี้ นักลงทุนกําลังรอติดตามว่าในการประชุม G20 ในช่วงปลายเดือน มิ.ย. นี้ จะมีการนัดเจรจาการค้าระหว่างประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ กับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน หรือไม่ ประกอบกับหนังสือพิมพ์ไชน่า เดลีย์ของทางการจีนรายงาน อ้างอิงนักเศรษฐศาสตร์ ที่คาดว่า จีนจะปรับปริมาณเงินหมุนเวียนและอุปทานสินเชื่อในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งรวมถึงลดอัตราดอกเบี้ยหรือสัดส่วน การกันเงินสํารอง (RRR) เพื่อรับมือกับ “ความเสียงขาลง” ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีความเป็นไปได้มากขึ้นจนกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตจนสร้างแรงขายเข้าสู่ตลาดทองคํา เบื้องต้นหากราคาทองยังไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านโซน 1,339 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ยังคงต้องระมัดระวังการ อ่อนตัวลงของราคาอีกครั้ง โดยประเมินแนวรับบริเวณ 1,319 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยืนแนวต้านแรกได้จะเกิดแรงดีดตัวขึ้นของราคา ทั้งนี้ ควรตั้งจุดทํากําไรและตัดขาดทุนซึ่งหากนักลงทุนไม่มีวินัยในการลงทุนที่จะตัดขาดทุนอาจทําให้เกิดความเสียหายทีไม่อาจควบคุมได้ ที่มา ylgbullion.co.th

ทองวันนี้

ราคาทองคําช่วงเช้าวันนี้ ขยับขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่มากนัก โดยทองคําเผชิญแรงขาย ราคาทองทํากําไรเนื่องจาก Dollar Index ขยับขึ้นเข้าใกล้ระดับ 97 ในวันนี้ หลังสกุลเงินยูโรและปอนด์อ่อนค่าลง รับแรงกดดันจากประเด็น Brexit ที่ไร้ ทิศทางมากขึ้น ภายหลังจากที่รัฐสภาอังกฤษเข้าควบคุมกระบวนการเบร็กซิทแทนนาง เทเรซา เมย์ จึงไม่แน่นอนว่าอังกฤษจะอยู่ต่อไปหรือจะเดินหน้าออกจากสหภาพยุโรป ซึ่งต้องติดตามจากการลงมติอีกครั้งถึงทางเลือกต่างๆ (amendments) ในสมาชิกสภานิติบัญญัติอังกฤษอีกครั้งในวันพุธที่ 27 มี.ค. ตามเวลาอังกฤษ นอกจากนี้ รายงานข่าวระบุว่า วันนี้ นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ เตรียมแถลงต่อสมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยม อาจรวมถึงกําหนดวันลาออก ภายใต้ความพยายามครั้งสุดท้ายในการขอเสียงสนับสนุนร่างข้อตกลงเบร็กซิทของเธอ ที่ถูกปฏิเสธไปแล้ว 2 ครั้ง นอกจากนี้ราคาทองคําถูกกดดันหลังนักลงทุนคลายความกังวลบ้างเกี่ยวกับสัญญาณชะลอตัวของเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในตลาดพันธบัตร สหรัฐ โดยผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีเริ่มชะลอการร่วงลง ซึ่งเป็นปัจจัยสกัดช่วงบวกของราคาทองคํา ด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า หลังจากราคาทองคําดีดตัวขึ้นในระยะสั้นในช่วงที่ก่อนหน้านี้ ก็มีแรงขายทํากําไรสลับออกมา แสดงให้เห็นถึงการแกว่งตัวในกรอบในลักษณะอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้อ เบื้องต้นประเมินกรอบแนวต้านด้านบนโซน 1,329-1,333 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนไม่ได้ อาจลงสู่แนวรับในระดับContinue Reading

ทองวันนี้

ราคาทองคําช่วงเช้าทรงตัวต่ำกว่า 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์รับแรงกดดนหลังสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต ตลาดหุ้นจีน ดีดตัวขึ้นอีกเกือบ 3% เช้านี้ขึ้นมาเคลื่อนไหวเหนือ 3,000 จุด หลังสัปดาห์ที่แล้ว MSCI Inc. เพิ่มนํ้าหนักบริษัทจดทะเบียนจีนในการคํานวณดัชนี MSCI Emerging Markets ซึ่งจะมีผลในเดือนพ.ค.นี้รวมถึงความคาดหวังการค้าระหวางสหรัฐ-จีน โดยจีนได้เสนอข้อต่อรองว่าสหรัฐจะต้องยกเลิกภาษีนําเข้าสินค้าจากจีนทั้งหมด โดยจีนให้คํามั่นว่าจะซื้อสินค้าจากสหรัฐเพิ่มขึ้น รวมถึงจะทําข้อตกลงเกี่ยวกับการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา แต่ปัจจัยดังกล่าวยังไม่แน่นอนเพราะศาลแคนาดาจะส่งตัวนางเม่ง วานโจว CFO บริษัทหัวเหว่ยไปยังสหรัฐในวันที่ 6 มี.ค.นี้ซึ่งอาจสร้างความขัดแย้งมากขึ้นก่อนที่ปธน.ทรัมป์ของสหรัฐและปธน.สี จิ้น ผิงของจีน จะประชุมร่วมกันในวันที่ 27 มี.ค.นี้นอกจากนี้ติดตามการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) หรือ “ฉวนกั๋วเหรินต้า” ในสัปดาห์นี้โดยนายหลี่ เคอเฉียง นายกฯจีน จะเสนอเป้าหมาย GDP ดุลงบประมาณ เงินเฟ้อในวันพรุ่งนี้หากเอื้อการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงจะกระตุ้นแรงขายในตลาดทองคํา ด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า หากราคาทองวันนี้ไม่สามารถยืนเหนือ 1,312 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแรง ทําให้ตลาดยังคงมีโมเมนต์เชิงลบเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าแรงขายทํากําไรจากการดีดตัวขึ้นระยะสั้นเพิ่มขึ้น โดยหากราคาทองคําไม่ผ่านแนวต้านแรก ยังมีโอกาสที่จะเข้าทดสอบแนวรับบริเวณContinue Reading

ราคาทอง

ราคาทองคําช่วงเช้าวันนี้ขยับขึ้นเล็กน้อย แต่ยังปรับตัวขึ้นได้ไม่ไกล หลังนายเจอโรม พาวเวลล์ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า ความเสี่ยง ของการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นในขณะนี้ นอกจากนี้นักลงทุนยังมีความหวังในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ว่าจะเป็นไปในเชิงบวกมากขึ้นในระยะสั้น หลังปธน.ทรัมป์กล่าวว่า อาจขยายเส้นตายในการเจรจาการค้าออกไป จากเดิมกําหนดไว้ในวันที่ 1 มี.ค. ปัจจัยดังกล่าวหนุนแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงให้ฟื้นตัวขึ้นและกดดันราคาทองคํา นอกจากนี้ตลาดมีความหวังมากขึ้นว่า การชัตดาวน์ในสหรัฐอาจจะไม่เกิดขึ้นอีกครั้ง หลังมีความพยายามร่วมกันของพรรคเดโมเครตและพรรครีพับลีกัน จนสามารถบรรจุงบ 1.4 พันล้านดอลลาร์สําหรับสร้างกําแพงกันชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก แต่งบดังกล่าวยังต่ำกว่าความต้องการของปธน.ทรัมป์ที่ 5.7 พันล้านดอลลาร์และทรัมป์ระบุด้วยว่าจะขอดูรายละเอียดข้อตกลงดังกล่าวก่อน จึงต้องจับตาว่าปธน.ทรัมป์จะลงนามรับรองหรือจะวีโต้ข้อตกลงดังกล่าว ราคาทองคําจึงแกว่งตัวในกรอบเพื่อรอความชัดเจนมากขึ้นในปลายสัปดาห์นี้ (15 ก.พ.) ซึ่งเป็นวันที่งบประมาณชั่วคราวจะสิ้นสุดลง ด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า หากราคาทองคําปรับตัวลงมาพอเข้าใกล้โซนแนวรับ 1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจมีแรงดีดกลับสั้นๆ เบื้องต้นอาจต้องระวังแรงขายกลับลงมาอีกครั้งหากราคาทองยังไม่มีแรงซื้อมากพอหรือมีปัจจัยใหม่มาดันราคาทองขึ้น โดยประเมินแนวต้านที่1,316-1,319 ดอลลาร์ต่อออนซ์แนะนํากลยทธุ์การลงทุน รอจังหวะการเข้าซื้อ โดยอาจใช้บริเวณ 1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์และตัดขาดทุนหากหลุด 1,302ดอลลาร์ต่อออนซ์ลงมาและสําหรับนักลงทุนถือทองคําอยู่แนะนําทยอยขายทํากําไรตั้งแต่ ราคา 1,316-1,319 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป   ที่มา ylgbullion.co.th >>  อัพเดตราคาทองวันนี้  <<

ราคาทอง

ราคาทองคําช่วงเช้าทรงตัวในระดับสูง หลังแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 8 เดือนบริเวณ 1,323.38 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)คงดอกเบี้ยที่ 2.25-2.50% ในการประชุมประจำเดือนม.ค. ขณะที่เจอโรม พาวเวลล์ประธานเฟด แถลงการณ์ว่า เฟดจะใช้ความอดทนต่อ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งต่อไป ซึ่งเป็นการย้ำว่าเฟดจะไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยและอาจชะลอแผนการลดขนาดงบดุล ทําให้ดอลลาร์อ่อนค่าและหนุนราคาทองคํา อย่างไรก็ตามราคาทองคํารับข่าวดังกล่าวมาพอสมควรแล้ว จึงอาจทําให้แรงซื้อทองคำเริ่มจํากัด ขณะที่นักลงทุนเริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยง(RiskOn) สะท้อนได้จากดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกกว่า 400 จดวานนี้หนุนตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นเช่นกัน หลังเฟดส่งสัญญาณเชิงผ่อนคลายมากขึ้น ประกอบกับความหวังว่าสหรัฐ-จีนอาจมีความคืบหน้าในการเจรจาการค้า ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยดังกล่าวช่วยลดความกังวลถึงแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจได้บ้างจึงแนะนำจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนซึ่งจะเสร็จสิ้นลงวันนี้ (31 ม.ค.) ว่าจะเป็นไปในทิศทางใดและจะปทางไปสู่การยุติ สงครามการค้าที่ดําเนินมานานหลายเดือนได้หรือไม่ ด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า หากแรงขายทํากําไรสลับออกมาไม่มาก แนวโน้มราคาทองยังคงเป็นบวก หรือหากราคาทองคําสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,315-1,313 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้แสดงวาการปรับตัวลงเพื่อปรับฐานราคาค่อนข้างจํากัด เบื้องต้นหากการดีดตัวกลับหรือหากราคาทองสามารถยืนเหนือ 1,326 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้มีโอกาสเกิดแรงซื้อดัน โดยราคายังมีโอกาสทดสอบแนวต้านโซน 1,334 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนํากลยุทธ์ การลงทุนว่าจดที่น่าสนใจในการเข้าซื้อยังเป็นบริเวณแนวรับ 1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่ถ้าราคาย่อตวลงมาไม่ถึงอาจเสี่ยงซื้อเก็งกําไรตรงแนวรับแรกบริเวณ1,315-1,313 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่หากราคาทองดีดตัวขึ้นแนะนำาทยอยแบ่งปิดสถานะทํากําไรโซน 1,326-1,334Continue Reading

การหารือระดับเจ้าหน้าของสหรัฐและจีนไม่สามารถยับยั้งการเก็บภาษีรอบใหม่ของสหรัฐต่อสินค้านําเข้าจากจีน มูลค่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่จีน ประกาศจัดเก็บภาษีสินค้านําเข้าจากสหรัฐในระดับเดียวกันเพื่อตอบโต้ทันที นอกจากนี้ จีนจะร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก (WTO) เกี่ยวกับการดําเนินการของ สหรัฐ ซึ่งกระตุ้นแรงซื้อดอลลาร์จนกดดันราคาทองคํา อย่างไรก็ตาม กระทรวงต่างประเทศจีน หวังว่าจะบรรลุผลที่ดีในการเจรจาการค้ากับสหรัฐ จึงช่วยพยุงให้ ราคาทองคําอ่อนตัวลงไม่มาก นอกจากนี้ นักลงทุนรอดูการประชุมของผู้นําธนาคารกลางที่เมืองแจ็คสัน โฮล ในวันที่ 23-25 ส.ค.นี้  โดยรอการกล่าวสุนทรพจน์ ของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันศุกร์นี้ ท่ามกลางคาดการณ์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ลดลงในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ ทั้งหมด 4 ครั้งของเฟดในปีนี้ เบื้องต้นคาดการณ์ว่าระยะสั้นราคาทองคํามีการเคลื่อนไหวในกรอบ หากการย่อตัวลงของราคาทองคํายังไม่หลุดแนวรับ อาจเห็น แรงซื้อเก็งกําไรกลับเข้ามา แนะนํารอจังหวะเข้าซื้อขายเก็งกําไรระยะสั้น โดยซื้อเมื่อราคาทองคําสามารถยืนเหนือโซน 1,182-1,171 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง และให้รอขายทํากําไรเมื่อราคาทองคํากลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,200-1,205 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ที่มา ylgbullion.co.th >> เช็คราคาทอง